ทำระบบผลิตน้ำประปา ที่ไหนดี
ทำระบบผลิตน้ำประปา ที่ไหนดี ตอบได้จากพฤติกรรมของผู้เสนอ ไม่ใช่จากชื่อบริษัทหรือราคาที่ต่ำที่สุด ระบบผลิตน้ำประปา คือระบบที่แปลงน้ำดิบจากผิวดินหรือบาดาลให้เป็นน้ำที่มีคุณภาพและปริมาณตรงกับจุดใช้งานของโรงงาน นิคม ชุมชน หรือโครงการ ผู้ออกแบบที่ควรเลือกคือรายที่ขอผลวิเคราะห์น้ำดิบและปริมาณใช้น้ำจริงก่อนสรุปข้อเสนอที่ใช้ตัดสินใจลงทุน ระบุกำลังผลิตเป็นน้ำสุทธิที่ใช้ได้ (Net usable) ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนป้ายเครื่อง (Nameplate) แจกแจงต้นทุนต่อลูกบาศก์เมตร และเขียนขอบเขตงานให้เทียบกับเจ้าอื่นบน Basis เดียวกันได้
บทความนี้เขียนสำหรับผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อที่กำลังรวบรวมข้อเสนอจากหลายบริษัททำระบบน้ำประปา และต้องการเกณฑ์ตัดสินที่ใช้ได้จริง ผู้อ่านจะได้เกณฑ์เลือกผู้ออกแบบ 7 ข้อ ตารางเทียบข้อเสนอ และรายการข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนขอราคา
สรุปประเด็นสำคัญ
- ผู้ทำระบบผลิตน้ำประปาที่ควรเลือก คือรายที่ขอผลวิเคราะห์น้ำดิบและปริมาณใช้น้ำจริงก่อนสรุปข้อเสนอ พร้อมเปิดเผยสมมติฐานเมื่อให้ราคาประมาณการ
- ก่อนขอราคาต้องเตรียมข้อมูล 3 ชุด ได้แก่ ผลวิเคราะห์น้ำดิบ ปริมาณใช้น้ำเฉลี่ยและช่วงสูงสุด และเป้าหมายคุณภาพน้ำที่จุดใช้งาน
- น้ำสุทธิที่ใช้ได้จริงต่อวันต้องคำนึงถึงเวลาหยุดและน้ำที่ใช้ในระบบ ตัวอย่างสมมติ: อัตราน้ำผลิต 25 m³/h ในกรอบเวลา 20 ชั่วโมง/วัน หยุดล้าง 1 ชั่วโมง เหลือน้ำผลิต 475 m³/day ก่อนหักน้ำผลิตที่นำไปใช้ล้างและใช้งานภายใน
- ข้อเสนอจากหลายบริษัทเทียบกันได้ต่อเมื่อใช้ Design Basis ชุดเดียวกัน และแจกแจงขอบเขตงานกับรายการที่ไม่รวมอย่างชัดเจน
- Mitr Water ให้บริการระบบผลิตน้ำประปาสำหรับงานระดับโครงการ โดยพิจารณาขอบเขตและความเหมาะสมจากข้อมูลของแต่ละงาน
ทำไมการเลือกบริษัททำระบบน้ำประปาผิดราย จึงกระทบทั้งการผลิตและต้นทุนระยะยาว ?
การเลือกบริษัททำระบบน้ำประปาผิดรายอาจกระทบธุรกิจมากกว่าค่าติดตั้งที่จ่ายไป เพราะระบบผลิตน้ำประปาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ความคลาดเคลื่อนตั้งแต่ Design Basis อาจเพิ่มค่าเดินระบบหรือกระทบความต่อเนื่องของการผลิต โดยระดับผลกระทบขึ้นกับการใช้น้ำและแผนสำรองของแต่ละโครงการ
ความเสี่ยงที่ควรตรวจเมื่อเลือกผู้ทำระบบ แยกได้ 4 กลุ่ม
- น้ำไม่พอใช้ช่วงพีค หากประเมินจากป้ายเครื่องเพียงอย่างเดียวโดยไม่รวมเวลาหยุด น้ำใช้ภายใน และถังสำรอง ปริมาณน้ำที่จ่ายได้อาจไม่พอกับรูปแบบการใช้น้ำจริง
- คุณภาพน้ำไม่ตรงจุดใช้งาน ตัวอย่างน้ำครั้งเดียวอาจไม่ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงตามฤดู หากออกแบบจากข้อมูลที่ไม่ครอบคลุม ระบบอาจรับมือช่วงน้ำดิบเปลี่ยนแปลงได้ไม่เพียงพอ
- ค่าเดินระบบสูงกว่าที่ประเมิน หากข้อเสนอไม่แสดง OPEX และสมมติฐาน องค์กรอาจประเมินค่าไฟ สารเคมี สารกรอง และน้ำใช้ในกระบวนการต่ำกว่าที่ต้องจ่ายจริง
- ขอบเขตงานตกหล่น หากรายการที่จำเป็น เช่น ถังเก็บน้ำ ท่อเชื่อม งานไฟฟ้า หรือการจัดการตะกอน ไม่อยู่ในข้อเสนอ องค์กรอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงควรตกลงขอบเขตก่อนเซ็นสัญญา
ก่อนถามว่าทำระบบผลิตน้ำประปาที่ไหนดี ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง ?
ก่อนขอราคาจากบริษัททำระบบน้ำประปารายใด องค์กรควรเตรียมข้อมูล 3 ชุด ได้แก่ ผลวิเคราะห์น้ำดิบพร้อมข้อมูลแหล่งน้ำ ปริมาณใช้น้ำเฉลี่ยและช่วงสูงสุด และเป้าหมายคุณภาพน้ำที่จุดใช้งาน
ข้อมูล 3 ชุดนี้คือสิ่งที่ผู้ออกแบบทุกรายต้องใช้ เมื่อเตรียมข้อมูลแล้ว ควรกำหนดสมมติฐานและขอบเขตเดียวกันให้ผู้เสนอใช้ เพื่อให้เปรียบเทียบได้ชัดเจนขึ้น
ขั้นตอนเตรียมข้อมูลก่อนขอราคา
- วางแผนเก็บตัวอย่างน้ำดิบให้ครอบคลุมความผันผวน เช่น หน้าฝนและหน้าแล้ง โดยกำหนดจำนวนครั้งและรายการตรวจตามความเสี่ยงของแหล่งน้ำ
- รวบรวมปริมาณใช้น้ำรายวันย้อนหลัง หรือประมาณจากกำลังผลิต จำนวนผู้ใช้ และชั่วโมงทำงาน
- ระบุจุดใช้งานหลักของน้ำ เช่น น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเข้ากระบวนการผลิต หรือน้ำเติมหอหล่อเย็น
- สำรวจพื้นที่ติดตั้ง ไฟฟ้าที่มี จุดระบายน้ำทิ้ง และถังเก็บน้ำเดิม
- สรุปทั้งหมดเป็นเอกสาร Design Basis ฉบับสรุปพร้อมข้อมูลประกอบ แล้วส่งให้ผู้เสนอทุกรายใช้ชุดเดียวกัน

ผลวิเคราะห์น้ำดิบและแหล่งน้ำ ต้องรู้ค่าอะไร ?
ผลวิเคราะห์น้ำดิบต้องครอบคลุมค่าที่กำหนดกระบวนการบำบัด ไม่ใช่ค่า TDS เพียงค่าเดียว เพราะค่า TDS บอกปริมาณของแข็งละลายรวม แต่ไม่บอกว่าน้ำมีเหล็ก ความกระด้าง หรือความขุ่นเท่าใด ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าต้องมีขั้นตอนตกตะกอน กรอง หรือกำจัดเหล็กก่อนหรือไม่
ค่าพื้นฐานที่ควรมีในผลตรวจ
- pH, ความขุ่น (Turbidity), สี และของแข็งแขวนลอย (SS)
- TDS หรือค่าการนำไฟฟ้า (EC) และคลอไรด์ สำหรับประเมินน้ำกร่อย
- ความกระด้าง (Ca/Mg), เหล็ก (Fe), แมงกานีส (Mn)
- สารอินทรีย์และจุลินทรีย์ ตามเป้าหมายการใช้งาน
- น้ำบาดาลควรมีผลทดสอบสูบน้ำ (Pumping Test) ร่วมกับการประเมินอุทกธรณีวิทยาและการติดตามระดับน้ำ เพื่อประเมินปริมาณที่สูบได้ในระยะยาว (Safe Yield) ส่วนใบอนุญาตเจาะและใช้น้ำบาดาล ควรตรวจข้อกำหนดและช่องทางดำเนินการที่ตรงพื้นที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก่อนเริ่มโครงการ
น้ำผิวดินจากแม่น้ำ คลอง หรืออ่างเก็บน้ำ อาจมีความขุ่นและสารอินทรีย์เปลี่ยนตามฤดู การส่งตัวอย่างครั้งเดียวจึงอาจไม่ครอบคลุมสภาพน้ำสำหรับออกแบบระบบประปาผิวดินที่ต้องเดินได้ทั้งปี
ปริมาณใช้น้ำเฉลี่ย ช่วงสูงสุด และชั่วโมงเดินระบบ กำหนดอย่างไร ?
ปริมาณใช้น้ำควรระบุทั้งค่าเฉลี่ยต่อวันและวันที่ใช้สูงสุด (m³/day) ค่าสูงสุดต่อชั่วโมง (m³/h) รวมถึงชั่วโมงผลิตจริงต่อวัน จากนั้นประเมินกำลังผลิต ถังเก็บน้ำ และระบบจ่ายร่วมกัน การเดินระบบ 24 ชั่วโมงต้องมีแผนล้างและบำรุงรักษาที่เหมาะสม เช่น สลับชุดทำงานหรือใช้น้ำสำรองในช่วงหยุด
ตัวอย่างวิธีคิดเบื้องต้น (ใช้เป็นสูตร ไม่ใช่ตัวเลขโครงการจริง)
- ความต้องการเฉลี่ย 500 m³/day · ชั่วโมงเดินระบบที่ยอมรับได้ 20 ชั่วโมง/วัน
- อัตราน้ำสุทธิที่ต้องจ่ายเฉลี่ยในช่วงผลิต = 500 ÷ 20 = 25 m³/h โดยสมมติว่า 20 ชั่วโมงเป็นเวลาผลิตจริงหลังหักเวลาหยุดแล้ว กำลังผลิตน้ำก่อนหักน้ำใช้ภายในต้องประเมินเพิ่มตามกระบวนการ
- ถ้าชั่วโมงพีคใช้ 40 m³/h ให้ประเมินถังเก็บน้ำใสรองรับส่วนต่างร่วมกับกำลังผลิตและระบบจ่าย โดยดูระยะเวลาพีคและเวลาที่เติมน้ำกลับได้ ไม่จำเป็นต้องขยายกำลังผลิตถึง 40 m³/h ในทุกกรณี
ค่าจริงของแต่ละโครงการต้องมาจากข้อมูลที่เก็บได้ และต้องกำหนดด้วยว่าหากระบบหยุด องค์กรอยู่ได้กี่ชั่วโมงจากถังเก็บน้ำ ตัวเลขนี้เป็นตัวกำหนดขนาดถังและความจำเป็นของระบบสำรอง
เกณฑ์เลือกผู้ออกแบบระบบผลิตน้ำประปา มีอะไรบ้าง ?
เกณฑ์เลือกผู้ออกแบบระบบผลิตน้ำประปามี 7 ข้อ และทุกข้อตรวจได้จากพฤติกรรมของผู้เสนอตั้งแต่การคุยครั้งแรกจนถึงเอกสารข้อเสนอ ผู้ออกแบบที่ผ่านครบ 7 ข้อไม่จำเป็นต้องเสนอราคาต่ำที่สุด แต่เป็นรายที่ทำให้องค์กรรู้ว่ากำลังซื้ออะไร ได้น้ำเท่าใด และประมาณภาระค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานบนสมมติฐานใด

- ขอข้อมูลน้ำก่อนสรุปข้อเสนอ ผู้ออกแบบควรขอผลวิเคราะห์น้ำดิบ ปริมาณใช้น้ำ และจุดใช้งาน หากให้ราคาประมาณการก่อนมีข้อมูลครบ ต้องระบุสมมติฐานและสิ่งที่อาจเปลี่ยนราคาอย่างชัดเจน
- ระบุกำลังผลิตเป็นน้ำสุทธิ ข้อเสนอต้องแยกให้เห็นว่า Nameplate เป็นอัตราน้ำเข้าหรือน้ำผลิต เดินจริงกี่ชั่วโมง และหักน้ำใช้ภายในแล้วเหลือน้ำสุทธิเท่าใด ตัวอย่างสมมติ: อัตราน้ำผลิต 25 m³/h ในกรอบเวลา 20 ชั่วโมง/วัน หยุดล้าง 1 ชั่วโมง จะผลิตได้ 25 × (20 − 1) = 475 m³/day ก่อนหักน้ำผลิตที่ใช้ล้างและใช้งานภายใน ส่วน 600 m³/day มาจาก 25 × 24 ซึ่งใช้คนละฐานเวลา
- แจกแจงกระบวนการตามน้ำดิบ ผู้ออกแบบต้องอธิบายได้ว่าแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ตกตะกอน กรอง จนถึงฆ่าเชื้อ ตอบค่าใดในผลตรวจน้ำ และขั้นตอนไหนไม่จำเป็นสำหรับโครงการนี้
- เขียนขอบเขตงานและจุดแบ่งความรับผิดชอบ ข้อเสนอต้องระบุ Battery Limit ว่างานเริ่มและจบตรงไหน ครอบคลุมถังเก็บน้ำ ท่อเชื่อม งานไฟฟ้า งานโยธา และการจัดการตะกอนหรือไม่ พร้อมรายการที่ไม่รวม (Exclusion)
- แสดงต้นทุนเดินระบบต่อลูกบาศก์เมตร ต้องมีประมาณการค่าไฟ สารเคมี สารกรอง และแรงงาน ต่อ m³ พร้อมสมมติฐานที่ใช้คำนวณ ไม่ใช่มีเพียงราคาติดตั้ง
- กำหนดเกณฑ์รับมอบก่อนเซ็นสัญญา ต้องตกลงว่าจะทดสอบที่จุดเก็บตัวอย่างใด ค่าคุณภาพน้ำและอัตราผลิตเท่าใดจึงถือว่าผ่าน และทดสอบต่อเนื่องกี่วัน
- มีแผนดูแลหลังส่งมอบและฝึกผู้เดินระบบ ต้องระบุคู่มือ รอบบำรุงรักษา อะไหล่สำรอง และการฝึกทีมขององค์กร เพื่อให้ทีมปฏิบัติงานและดูแลระบบได้ตามข้อกำหนด

เปรียบเทียบข้อเสนอทำระบบผลิตน้ำประปาหลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม ?
ข้อเสนอทำระบบผลิตน้ำประปาจากหลายบริษัทจะเทียบกันได้ต่อเมื่อทุกรายออกแบบจาก Design Basis ชุดเดียวกัน คือผลตรวจน้ำเดียวกัน ปริมาณใช้น้ำเดียวกัน และเป้าหมายคุณภาพน้ำเดียวกัน ราคาที่ต่างกันอาจมาจาก Basis ขอบเขตงาน อุปกรณ์ เงื่อนไขบริการ และการตั้งราคาของแต่ละราย เช่น รายหนึ่งคิดจากค่าเฉลี่ย อีกรายคิดจากค่าพีค หรือรายหนึ่งรวมถังเก็บน้ำ อีกรายไม่รวม
ตารางด้านล่างใช้เป็น Proposal Comparison Sheet เพื่อวางข้อเสนอทุกรายลงในรายการเดียวกันก่อนดูราคา
| รายการที่ต้องเทียบ | สิ่งที่ต้องเห็นในข้อเสนอ | สิ่งที่ควรถามให้ชัดหากไม่ระบุ |
|---|---|---|
| ข้อมูลน้ำดิบที่ใช้ออกแบบ | อ้างผลตรวจชุดเดียวกับที่องค์กรส่งให้ | ใช้ข้อมูลหรือสมมติฐานน้ำดิบชุดใด |
| เป้าหมายคุณภาพน้ำ | ระบุค่าที่ตรวจได้ + มาตรฐานอ้างอิง | กำหนดค่าคุณภาพที่จุดใช้งานอย่างไร |
| กำลังผลิตสุทธิ | Nameplate · ชั่วโมงเดิน · น้ำสุทธิ/วัน | จ่ายน้ำช่วงพีคได้พอหรือไม่เมื่อรวมถังสำรอง |
| กระบวนการและ Recovery | ลำดับขั้นตอน + สัดส่วนน้ำผลิตต่อน้ำเข้าภายในขอบเขตเดียวกัน | น้ำทิ้งและต้นทุนน้ำดิบคำนวณจากฐานใด |
| Pretreatment | ระบุตามค่าที่พบในผลตรวจ | จำเป็นต้องปรับสภาพน้ำก่อนระบบหลักหรือไม่ |
| ระบบสำรอง (Redundancy) | ปั๊ม/ชุดกรองสำรอง หรือระบุว่าไม่มี | มีถังสำรองหรือแผนจ่ายน้ำระหว่างซ่อมอย่างไร |
| ถัง ปั๊ม และการจ่ายน้ำ | ขนาดถังเก็บน้ำใส + ปั๊มจ่าย + แรงดัน | รายการใดรวมในราคาและใครรับผิดชอบ |
| งานโยธา ท่อ ไฟฟ้า | รวมหรือไม่รวม ระบุชัด | จุดเชื่อมต่อและความรับผิดชอบอยู่ที่ใด |
| น้ำล้างย้อน ตะกอน น้ำทิ้ง | ปริมาณ + จุดระบาย + ผู้รับผิดชอบ | จัดการของเสียอย่างไรให้ตรงข้อกำหนดพื้นที่ |
| การทดสอบและรับมอบ | จุดเก็บตัวอย่าง · เกณฑ์ผ่าน · ระยะทดสอบ | ใช้หลักฐานใดตรวจผลตามสัญญา |
| รับประกัน บริการ อะไหล่ | ระยะเวลา + รายการที่ครอบคลุม | ค่าซ่อมและอะไหล่ส่วนใดอยู่ในเงื่อนไขรับประกัน |
| รายการที่ไม่รวม (Exclusion) | เขียนชัดเป็นรายการ | ยังมีงานส่วนใดที่เจ้าของโครงการต้องจัดหา |
การเทียบด้วยตารางนี้ไม่ได้บอกว่ารายใดออกแบบผิด แต่ทำให้เห็นว่าแต่ละรายเสนออะไร บนเงื่อนไขใด และองค์กรต้องเติมส่วนใดเองหลังจากนั้น

ต้นทุนผลิตน้ำประปาต่อคิว ผู้เสนอควรแจกแจงอะไรบ้าง ?
ต้นทุนผลิตน้ำประปาต่อคิว (บาทต่อลูกบาศก์เมตร) ต้องแยกเป็นองค์ประกอบพร้อมสมมติฐาน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวลอย ๆ เพราะตัวเลขต่อคิวเปลี่ยนตามแหล่งน้ำดิบ ค่าไฟ ราคาสารเคมี ชั่วโมงเดินระบบ และปริมาณผลิตต่อวัน จึงควรขอที่มาของข้อมูลและตรวจว่าประมาณการนั้นตรงกับโครงการจริงหรือไม่
องค์ประกอบของต้นทุนต่อลูกบาศก์เมตรที่ควรเห็นในข้อเสนอ
- ค่าไฟฟ้า แสดงพลังงานจำเพาะเป็น kWh/m³ แล้วคูณอัตราค่าไฟ (บาท/kWh) เพื่อได้บาท/m³ พร้อมระบุขอบเขตมิเตอร์และปริมาณน้ำที่ใช้เป็นตัวหาร
- สารเคมี ระบุชนิดที่ต้องใช้ เช่น สารสร้างตะกอน สารปรับ pH หรือคลอรีน พร้อมปริมาณ kg/m³ และราคาเพื่อคำนวณบาท/m³ ตามคุณภาพน้ำและผลทดสอบที่เกี่ยวข้อง ไม่กำหนดจากความขุ่นเพียงค่าเดียว
- สารกรองและวัสดุสิ้นเปลือง รอบเปลี่ยนทราย แอนทราไซต์ คาร์บอน หรือเมมเบรน
- น้ำล้างย้อนและตะกอน ปริมาณน้ำใช้ในกระบวนการ น้ำที่สูญเสีย ตลอดจนค่าจัดการน้ำล้างและตะกอน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายซ้ำกับรายการอื่น
- แรงงานและบำรุงรักษา จำนวนผู้ดูแล รอบตรวจ และอะไหล่ประจำปี
- ค่าหยุดระบบ ประเมินผลกระทบทางธุรกิจแยกจากค่าเดินระบบประจำ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของถังสำรองหรือระบบสำรอง

แนวทางองค์ประกอบระบบและปัจจัยด้านต้นทุนอ่านต่อได้ในบทความระบบผลิตน้ำประปา คืออะไร แต่การเปรียบเทียบข้อเสนอควรใช้ต้นทุนที่คำนวณจาก Design Basis ของโครงการนั้น โดยระบุรายการที่รวมและไม่รวม ปริมาณน้ำสุทธิที่ใช้เป็นฐาน และช่วงเวลาเดียวกันให้ชัดเจน
ราคาติดตั้ง (CAPEX) กับค่าเดินระบบ (OPEX) ต้องดูคู่กันในการประเมินต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ใหญ่และสมมติฐานทางการเงิน ไม่อาจสรุปว่ารายใดคุ้มกว่าจากส่วนต่างราคาติดตั้งเพียงอย่างเดียว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกบริษัททำระบบน้ำประปา คืออะไร ?
ข้อผิดพลาดที่ควรระวังเมื่อเลือกบริษัททำระบบน้ำประปา คือการตัดสินจากราคาติดตั้งต่ำสุดโดยไม่เทียบขอบเขตงานและต้นทุนเดินระบบ การเก็บข้อมูลและตรวจขอบเขตให้ชัดก่อนเซ็นสัญญาช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ยังต้องติดตามผลระหว่างเดินระบบ
- เลือกจากราคาต่ำสุด ควรตรวจว่าราคารวมถังเก็บน้ำ งานไฟฟ้า และระบบสำรองตามความจำเป็นหรือไม่ ก่อนสรุปว่าข้อเสนอใดคุ้มกว่า
- ใช้ผลตรวจน้ำครั้งเดียว ตัวอย่างเพียงครั้งเดียวอาจไม่แทนช่วงน้ำดิบเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงฝนหนัก จึงควรทบทวนข้อมูลย้อนหลังและแผนเก็บตัวอย่างให้ครอบคลุม
- เชื่อตัวเลข Nameplate เครื่อง 25 m³/h ไม่ได้แปลว่าได้น้ำ 600 m³/day ต้องตรวจว่าเป็นอัตราน้ำเข้าหรือน้ำผลิต ชั่วโมงทำงานจริง น้ำใช้ภายใน และการสำรองน้ำก่อนสรุปปริมาณจ่ายต่อวัน
- ไม่กำหนดเกณฑ์รับมอบ เมื่อไม่มีจุดเก็บตัวอย่างและค่าที่ถือว่าผ่าน การตรวจรับและการหาข้อยุติเมื่อมีปัญหาอาจทำได้ยากขึ้น
- ไม่ถามเรื่องน้ำทิ้งและตะกอน น้ำล้างย้อนและตะกอนจากถังตกตะกอนต้องมีที่ไป หากไม่วางแผน จะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายใหม่หลังเดินระบบ
- ไม่ดูว่าทีมตัวเองเดินระบบไหว ระบบที่ซับซ้อนเกินทักษะผู้ดูแลเพิ่มความเสี่ยงต่อการดูแลไม่ครบหรือการควบคุมคุณภาพไม่เหมาะสม จึงควรกำหนดการฝึกอบรมและแผนสนับสนุนให้ชัด
Mitr Water รับทำระบบผลิตน้ำประปาแบบไหน และควรตกลงขอบเขตงานอย่างไร ?
Mitr Water ให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตน้ำประปาสำหรับโรงงาน ชุมชน และโครงการ โดยบริษัท มิตร นิรันดร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ให้ความสำคัญกับการเริ่มจากข้อมูลน้ำและการใช้งานขององค์กร ขนาดงานและรายละเอียดบริการควรพิจารณาร่วมกันตามโจทย์ พื้นที่ และขอบเขตของแต่ละโครงการ
ก่อนว่าจ้าง Mitr Water ควรตกลงขอบเขตตั้งแต่การวิเคราะห์น้ำดิบ จัดทำ Design Basis ออกแบบ จัดหาและติดตั้ง ไปจนถึงการทดสอบ ฝึกผู้เดินระบบ และแผนบำรุงรักษาว่ารวมรายการใดบ้าง ดูรายละเอียดโซลูชันได้ที่หน้าระบบน้ำประปา และข้อมูลประกอบระดับนิคมที่บทความระบบประปานิคมอุตสาหกรรม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำระบบผลิตน้ำประปา
ทำระบบผลิตน้ำประปา ราคาเท่าไร ทำไมแต่ละบริษัทเสนอต่างกันมาก ?
ราคาระบบผลิตน้ำประปาอาจต่างกันจาก Design Basis ขอบเขต อุปกรณ์ เงื่อนไขบริการ และการตั้งราคาของแต่ละบริษัท รายหนึ่งอาจคิดจากปริมาณเฉลี่ย อีกรายคิดจากพีค รายหนึ่งรวมถังและงานไฟฟ้า อีกรายไม่รวม จึงต้องส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกรายก่อน แล้วเทียบด้วยตารางขอบเขตงาน ราคาถึงจะมีความหมาย
ควรเลือกผู้ทำระบบผลิตน้ำประปาจากน้ำผิวดินหรือน้ำบาดาล ?
ควรเลือกผู้ทำระบบที่อธิบายความเหมาะสมของแหล่งน้ำที่โครงการเข้าถึงได้จากข้อมูลจริง ทั้งคุณภาพ ปริมาณที่ใช้ได้ในระยะยาว และภาระดูแล ไม่ควรสรุปว่าน้ำบาดาลหรือน้ำผิวดินมีต้นทุนต่ำกว่าเสมอ คำตอบขึ้นอยู่กับผลตรวจน้ำ ความต้องการใช้ และความมั่นคงของแหล่งน้ำ
ขอราคาระบบผลิตน้ำประปาได้เลยไหม ถ้ายังไม่มีผลตรวจน้ำ ?
ขอราคาประมาณการได้ แต่ควรถือเป็นตัวเลขเบื้องต้นเท่านั้น ราคาที่ใช้ตัดสินใจลงทุนต้องมาจากผลตรวจน้ำดิบและปริมาณใช้น้ำจริง เพราะค่าเหล็ก ความขุ่น หรือคลอไรด์ที่ต่างกัน ทำให้ต้องเปลี่ยนกระบวนการและขอบเขตอุปกรณ์ที่เสนอ
หลังติดตั้งเสร็จ ควรรับมอบระบบผลิตน้ำประปาด้วยเกณฑ์อะไร ?
ควรรับมอบด้วยการทดสอบเดินระบบต่อเนื่องตามระยะที่ตกลง โดยเก็บตัวอย่างน้ำที่จุดที่ระบุในสัญญา ตรวจค่าคุณภาพน้ำเทียบกับเป้าหมาย และวัดอัตราผลิตสุทธิจริง พร้อมรับเอกสาร As-built คู่มือเดินระบบ รายการอะไหล่ และบันทึกการฝึกอบรม
เกณฑ์คุณภาพน้ำที่ใช้อ้างอิงได้ เช่น เกณฑ์กำหนดคุณภาพน้ำประปาของการประปานครหลวง ฉบับประกาศวันที่ 11 ตุลาคม 2565 สำหรับใช้พิจารณาเป้าหมายน้ำประปา โดยต้องเลือกเกณฑ์ให้เหมาะกับจุดใช้งานและข้อกำหนดของโครงการ ไม่ใช้แทนข้อกำหนดน้ำในกระบวนการผลิตเฉพาะทาง
สรุปเรื่องทำระบบผลิตน้ำประปา ที่ไหนดี
ทำระบบผลิตน้ำประปา ที่ไหนดี ไม่ได้ตัดสินจากชื่อบริษัทหรือราคาต่ำสุด แต่ตัดสินจากผู้ออกแบบที่ทำงานจากข้อมูลจริงของโครงการ ระบุน้ำสุทธิที่ใช้ได้ แจกแจงต้นทุนต่อคิว และเขียนขอบเขตงานให้เทียบได้ องค์กรที่เตรียมข้อมูลครบก่อนขอราคา จะได้ข้อเสนอที่เปรียบเทียบกันได้และลดความเสี่ยงที่ระบบจะไม่พอใช้หรือแพงกว่าที่คิดในระยะยาว
ขั้นตอนถัดไปที่แนะนำ
- วางแผนตรวจน้ำดิบให้ครอบคลุมความผันผวนของแหล่งน้ำและฤดูกาล
- เก็บปริมาณใช้น้ำเฉลี่ย ช่วงพีค และชั่วโมงเดินระบบที่ยอมรับได้
- สรุปเป็น Design Basis ฉบับสรุปและแนบข้อมูลประกอบ พร้อมเป้าหมายคุณภาพน้ำที่จุดใช้งาน
- ส่งเอกสารชุดเดียวกันให้ผู้เสนอทุกราย แล้วเทียบด้วยตารางในบทความนี้
หากองค์กรของคุณมีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว และต้องการประเมินแนวทางก่อนขอข้อเสนอเต็มรูปแบบ ปรึกษาวิศวกรของ Mitr Water เพื่อหารือแนวทางและขอบเขตการประเมินโครงการทำระบบผลิตน้ำประปาของคุณ โดยเตรียมผลตรวจน้ำและข้อมูลการใช้งานประกอบการพูดคุย
————————
ติดต่อ Mittwater ได้ที่นี่
โทร : 086-080-6629 (คุณธัชชัย)
Line : @mitrwater
ติดต่อช่องทางอื่นๆ : www.mittwater.com/contact


