ขั้นตอนการผลิตน้ำประปา ระดับโครงการ ออกแบบสร้าง เดินระบบอย่างไร ให้ได้มาตรฐาน

กระบวนการขั้นตอนการผลิตน้ำประปา ทำน้ำประปาผิวดิน บาดาล หมู่บ้าน

ขั้นตอนการผลิตน้ำประปา

ขั้นตอนการผลิตน้ำประปาที่เหมาะกับโครงการ ไม่ได้ตัดสินจากจำนวนถังหรือชื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากคุณภาพและความแปรปรวนของน้ำดิบ คุณภาพน้ำที่ต้องการ ณ จุดใช้ ปริมาณใช้ช่วงเฉลี่ยและช่วงพีก ชั่วโมงเดินระบบ รวมถึงข้อจำกัดหน้างาน

บทความนี้ Mitr Water จะอธิบายกระบวนการผลิตน้ำประปาในมุมของผู้ตัดสินใจระดับโครงการ ตั้งแต่การประเมินแหล่งน้ำดิบ การออกแบบระบบ ไปจนถึงต้นทุนระยะยาวและการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้องค์กรวางระบบน้ำได้อย่างมั่นใจ

คลิกอ่านหัวข้อที่สนใจ แสดง

ขั้นตอนการผลิตน้ำประปา ระดับโครงการ ต่างจากระบบทั่วไปอย่างไร ?

ระบบผลิตน้ำประปาสำหรับครัวเรือน มุ่งกรองน้ำให้สะอาดพอใช้ในปริมาณไม่มาก แต่ขั้นตอนการผลิตน้ำประปาระดับโครงการมีโจทย์ที่ซับซ้อนกว่า เพราะต้องผลิตน้ำปริมาณมากอย่างสม่ำเสมอ รักษาคุณภาพให้คงที่ และรองรับการใช้งานต่อเนื่อง 

โดยความแตกต่างหลักสามารถพิจารณาได้จาก 3 ด้าน ดังนี้

  • ปริมาณและความต่อเนื่อง: กำหนดจาก Average Demand, Peak Demand, Operating Hours, Storage และ Downtime ที่โครงการยอมรับได้ ไม่ควรใช้ช่วงกำลังผลิตเดียวเป็นนิยามของทุกโครงการ
  • มาตรฐานที่ตรวจสอบได้: น้ำที่ผลิตต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำดื่มหรือน้ำใช้ที่อ้างอิงมาตรฐานได้จริง ไม่ใช่แค่ “ดูใส”
  • ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน: การตัดสินใจระดับองค์กรมองที่ค่าพลังงาน สารเคมี และการบำรุงรักษาตลอดหลายปี ไม่ใช่เฉพาะราคาติดตั้งวันแรก

ด้วยเหตุนี้ การวางระบบผลิตน้ำประปาสำหรับองค์กรจึงเริ่มจากการประเมินเชิงวิศวกรรม ทั้งคุณภาพน้ำดิบ ปริมาณน้ำที่ต้องการ และลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ออกแบบกระบวนการผลิตและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับแต่ละโครงการ แทนการเลือกใช้ระบบหรืออุปกรณ์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนการผลิตน้ำประปาระดับโครงการ

ก่อนเริ่มผลิตน้ำประปา ต้องประเมินอะไรบ้าง ?

ก่อนเริ่มออกแบบระบบผลิตน้ำประปา ต้องทำความเข้าใจทั้งเรื่องของแหล่งน้ำดิบ คุณภาพน้ำ และความต้องการใช้น้ำของโครงการก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้กำหนดว่า ระบบต้องมีกี่ขั้นตอน เลือกใช้เทคโนโลยีใด และต้องมีกำลังการผลิตเท่าไรจึงจะเหมาะสมกับการใช้งานจริง

1. เลือกแหล่งน้ำดิบ (น้ำผิวดิน หรือน้ำบาดาล)

แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ซึ่งมีลักษณะและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน จึงส่งผลต่อการออกแบบระบบโดยตรง

  • น้ำผิวดิน: เช่น แม่น้ำ คลอง อ่างเก็บน้ำ ให้น้ำปริมาณมาก แต่มักมีตะกอน สารแขวนลอย และความขุ่นที่เปลี่ยนตามฤดูกาล ระบบประปาผิวดินจึงมักให้ความสำคัญกับการสร้างตะกอน ตกตะกอน และกรอง
  • น้ำบาดาล: อาจดูใสแต่มีเหล็ก แมงกานีส ความกระด้าง TDS ความเค็ม หรือสารปนเปื้อนเฉพาะพื้นที่แตกต่างกัน กระบวนการจึงต้องเลือกจากผลวิเคราะห์น้ำ ไม่ใช่ใช้ชุดเติมอากาศและกรองแบบเดียวกับทุกแหล่ง

การเข้าใจที่มาของน้ำดิบช่วยให้เลือกแนวทางได้ถูกตั้งแต่ต้น อ่านเพิ่มเติมเรื่องน้ำประปามาจากไหนและผลิตจากน้ำอะไร เพื่อประกอบการตัดสินใจ

นอกจานี้ควรพิจารณาความแปรปรวนอื่นด้วย โดยเฉพาะน้ำผิวดินช่วงฝนตก น้ำหลาก ภัยแล้ง หรือความเค็มรุก ส่วนน้ำบาดาลอาจแตกต่างตามบ่อและช่วงเวลาสูบ ผลตรวจเพียงครั้งเดียวจึงอาจไม่ครอบคลุม Design Condition ทั้งหมด

คลิกอ่านเพิ่มเติม: ระบบประปาบาดาล คืออะไร มีกี่ขนาด ใช้บริการติดตั้งระบบน้ำประปาบาดาล ที่ไหนดี

เลือกแหล่งน้ำดิบก่อนผลิตน้ำประปา

2. ประเมินปริมาณและคุณภาพน้ำตามประเภทองค์กร

นอกจากแหล่งน้ำดิบแล้ว ต้องประเมินปริมาณน้ำที่ต้องใช้และคุณภาพน้ำที่ต้องการ โดยพิจารณาจากลักษณะของโครงการ เพราะแต่ละองค์กรมีรูปแบบการใช้น้ำและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน

  • โรงงานอุตสาหกรรม: เน้นความเสถียรของคุณภาพน้ำและความต่อเนื่องของการจ่ายน้ำ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการผลิต
  • ชุมชน/หมู่บ้าน: เน้นการผลิตน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค และสามารถจ่ายน้ำได้อย่างทั่วถึง
  • อาคารสูง/โรงแรม/โรงพยาบาล: ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำที่สม่ำเสมอ ปริมาณน้ำเพียงพอ และแรงดันน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน
  • นิคมอุตสาหกรรม: เน้นกำลังการผลิตสูง ความต่อเนื่องของระบบ และการจัดเตรียมระบบสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำจากผู้ใช้งานหลายราย

ไม่ว่าประเภทโครงการใด ควรแยก Average Demand, Peak Flow, Operating Hours, Storage และ Net Usable Output ให้ชัด พร้อมระบุ Product Water Target ที่จุดใช้ เพราะน้ำสำหรับดื่ม น้ำใช้ทั่วไป Boiler, Cooling หรือ Process อาจต้องใช้เกณฑ์คนละชุด

6 ขั้นตอนการผลิตน้ำประปา มีอะไรบ้าง?

กระบวนการน้ำผิวดินแบบ Conventional มักสรุปเป็น 6 กลุ่มขั้นตอนเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่จำนวนจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ตามการจัดกลุ่มและคุณภาพน้ำดิบ สิ่งสำคัญคือแต่ละหน่วยต้องมีหน้าที่ จุดควบคุม และเกณฑ์ยอมรับที่ชัดเจน

  1. สูบและพักน้ำดิบ: สูบน้ำจากแหล่งน้ำมาพักในบ่อพักน้ำดิบ เพื่อดักเศษวัสดุและช่วยให้การป้อนน้ำเข้าสู่ระบบสม่ำเสมอขึ้น ตะกอนหนักบางส่วนอาจตกตัวได้ตามสภาพการออกแบบ
  2. ปรับสภาพน้ำและสร้างตะกอน: อาจใช้สารสร้างตะกอน สารช่วยตกตะกอน หรือสารปรับ pH ร่วมกับการกวน ชนิดและ Dose ต้องอิงผลตรวจน้ำ ค่า pH/Alkalinity และการทดสอบ เช่น Jar Test ไม่ใช่สูตรบังคับของทุกระบบ
  3. การตกตะกอน: ลดความเร็วน้ำในถังตกตะกอน ให้ก้อนตะกอนจมลงก้นถัง ส่วนน้ำใสจะอยู่ด้านบน
  4. การกรอง: ส่งน้ำใสผ่านชั้นกรองที่เหมาะสม เพื่อดักตะกอนละเอียดที่ยังหลงเหลือ พร้อมกำหนดวิธีล้างกรองและจัดการน้ำล้าง
  5. การฆ่าเชื้อและปรับคุณภาพน้ำ: เลือกวิธีและควบคุมตามคุณภาพน้ำก่อนฆ่าเชื้อ เวลาสัมผัส ระบบเก็บจ่าย และเกณฑ์ที่โครงการรับรอง น้ำที่ดูใสหรือผ่านคลอรีนไม่ได้แปลว่าดื่มได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจยืนยันพารามิเตอร์ที่กำหนด
  6. การจ่ายน้ำ: เก็บน้ำที่ผ่านการตรวจสอบในถังน้ำใส ถังแชมเปญ หรือถังสูง ก่อนสูบจ่ายเข้าระบบท่อไปยังผู้ใช้

โดยขอบเขตของขั้นตอนที่ 6 ควรรวม Storage, Pumping, Pressure, Distribution และ Sampling Point เพราะคุณภาพน้ำอาจเปลี่ยนระหว่างการเก็บและจ่าย ไม่ควรจบการรับประกันหรือการตรวจสอบเพียงหน้าเครื่องกรอง

คลิกอ่านเพิ่มเติม: ระบบกรองน้ำประปา คืออะไร ? ก่อนติดตั้งต้องตรวจคุณภาพน้ำ ปริมาณใช้ และจุดใช้งานอะไรบ้าง

ตารางสรุปแต่ละขั้นตอนและเป้าหมายเชิงวิศวกรรม

ขั้นตอน สิ่งที่เกิดขึ้น เป้าหมาย/ตัวชี้วัด
1. สูบ–พักน้ำดิบ ดึงน้ำดิบเข้าระบบและทำให้การป้อนน้ำสม่ำเสมอ ปริมาณน้ำดิบเพียงพอ ลดเศษวัสดุและความผันผวนที่กระทบขั้นถัดไป
2. ปรับสภาพ/สร้างตะกอน เลือกสารและสภาวะผสมจากผลทดสอบ เกิดฟล็อกที่แยกได้ โดยไม่กำหนดสารหรือ Dose แบบตายตัว
3. ตกตะกอน ตะกอนจมก้นถัง น้ำใสแยกชั้น ลดความขุ่นและควบคุมการระบายตะกอน
4. กรอง ดักตะกอนละเอียดผ่านชั้นกรอง คุณภาพน้ำกรอง Headloss/Run time และผลหลังล้างอยู่ในเกณฑ์
5. ฆ่าเชื้อ/ปรับคุณภาพ ควบคุมการฆ่าเชื้อและปรับคุณภาพตาม Design Basis ผ่านเกณฑ์ที่จุดตรวจ พร้อม Laboratory Verification ตามความเสี่ยง
6. เก็บและจ่ายน้ำ เก็บและจ่ายน้ำเข้าระบบท่อ ปริมาณ แรงดัน และคุณภาพเหมาะสมถึงจุดใช้

ออกแบบและสร้างระบบผลิตน้ำประปาให้ได้มาตรฐาน ต้องคำนึงถึงอะไร ?

เมื่อเข้าใจขั้นตอนการผลิตน้ำประปาแล้ว ขั้นถัดไปคือการแปลงกระบวนการเหล่านั้นเป็นระบบจริงที่เดินงานได้ การออกแบบระบบผลิตน้ำประปาให้ได้มาตรฐานต้องพิจารณาหลายปัจจัยพร้อมกัน

  • กำลังการผลิต (Capacity): ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการสูงสุด พร้อมเผื่อการเติบโตในอนาคต
  • ระบบสำรอง (Redundancy): มีอุปกรณ์หรือสายการผลิตสำรองเมื่อผลกระทบจากการหยุดระบบทำให้โครงการรับไม่ได้
  •  มาตรฐานอ้างอิง: กำหนดเกณฑ์คุณภาพตาม Intended Use และข้อกำหนดที่ใช้จริง พร้อมจุดเก็บตัวอย่างและวิธี Acceptance
  • พื้นที่และโครงสร้าง: วางผังถังตกตะกอน ระบบกรอง ถังเก็บ และโรงสูบน้ำให้เหมาะกับพื้นที่หน้างานจริง

นอกจากนี้ควรเพิ่ม Design Basis ที่ใช้ร่วมกัน ได้แก่ คุณภาพน้ำดิบและช่วงความแปรปรวน Product Water Target, Average/Peak Demand, Operating Hours, Gross Capacity, Net Usable Output, Storage, Utility, Residuals, Downtime, Maintainability และ Scope Boundary

ก่อนขอราคา ควรให้ผู้เสนอทุกเจ้าใช้ข้อมูลและขอบเขตชุดเดียวกัน ไม่เช่นนั้น Proposal อาจดูเหมือนระบบประเภทเดียวกัน แต่เปรียบเทียบไม่ได้ เพราะบางรายรวมถัง ปั๊ม ระบบท่อ Instrument, Electrical, Sludge handling และ Commissioning ขณะที่บางรายเสนอเฉพาะ Process Equipment

ทำไมต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน สำคัญกว่าราคาติดตั้ง?

ราคาติดตั้งวันแรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด สำหรับระบบผลิตน้ำประปาที่เดินงานหลายปี ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (Lifecycle Cost) คือมุมมองที่สะท้อนภาระจริงขององค์กรได้แม่นยำกว่า

องค์ประกอบของต้นทุนระยะยาวที่ควรประเมินตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ได้แก่

  • ค่าพลังงาน: ระบบสูบ กวน เติมอากาศ และกรองที่ออกแบบเหมาะสมช่วยควบคุมการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยน้ำที่ผลิต
  • ค่าสารเคมี: ชนิดและปริมาณสารที่ใช้ภายใต้คุณภาพน้ำดิบและ Operating Condition ที่กำหนด
  • ค่าบำรุงรักษา: การเปลี่ยนสารกรอง ทำความสะอาดถัง ซ่อมบำรุง อะไหล่ และ Consumables
  • อายุของระบบ: วัสดุและอุปกรณ์ต้องเหมาะกับสภาพใช้งาน พร้อมพื้นที่และวิธีบำรุงรักษาที่ทำได้จริง

การออกแบบที่คำนึงถึงต้นทุนระยะยาวตั้งแต่ต้น ช่วยให้องค์กรควบคุมค่าใช้จ่าย คาดการณ์ภาระ และลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายแฝงที่มองไม่เห็นในตอนแรก

ควรรวม Water Loss จาก Backwash/Filter-to-waste, การจัดการตะกอนและน้ำทิ้ง ค่าแรงและ Laboratory Test, Downtime และผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำด้วย การเปรียบเทียบต้นทุนควรใช้หน่วยต่อ Net usable water บน Basis เดียวกัน ไม่ใช่เทียบราคาติดตั้งหรือ Nameplate Capacity เพียงอย่างเดียว

ต้นทุนการผลิตน้ำประปา มีอะไรบ้าง

ระบบ Monitoring ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำประปาอย่างไร ?

จุดที่แยกระบบผลิตน้ำประปาระดับองค์กรออกจากระบบทั่วไปอย่างชัดเจน คือความสามารถในการ “ตรวจสอบได้” ระบบ Monitoring แบบ Real-time ช่วยให้ทีมงานติดตามค่าคุณภาพน้ำสำคัญได้ เช่น ความขุ่น ค่า pH ปริมาณคลอรีนคงเหลือ Flow, Pressure และ Level ตามความจำเป็นของระบบ

เมื่อค่าต่าง ๆ เบี่ยงเบนจากเกณฑ์ ระบบสามารถแจ้งเตือนให้ผู้ควบคุมตรวจสอบและปรับแก้ก่อนน้ำที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ถูกจ่ายออกไป ข้อมูลที่บันทึกไว้ยังช่วยวิเคราะห์แนวโน้ม วางแผนบำรุงรักษา และตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลัง

จุดวัดแต่ละจุดควรเชื่อมกรอบ Measure → Limit/Alarm → Action → Owner เช่น เมื่อความขุ่นน้ำกรองสูง ใครต้องตรวจอะไร ต้องหยุดจ่ายหรือ Isolate เมื่อไร และบันทึกผลที่ใด มิฉะนั้นการมี Sensor จำนวนมากอาจไม่ช่วยลดความเสี่ยงจริง

Online Monitoring ใช้ควบคุมการเดินระบบและแจ้งเตือน แต่ไม่ทดแทนการสอบเทียบ การเก็บตัวอย่าง และ Laboratory Verification ตามแผน โดยเฉพาะการยืนยันคำว่า “ดื่มได้” หรือ “ผ่านมาตรฐาน”

ระบบ Monitoring ควบคุมการผลิตน้ำประปา

ตัวอย่างขั้นตอนการออกแบบการวางระบบผลิตน้ำประปา

ตัวอย่างการออกแบบระบบประปากับระบบ RO
ตัวอย่างการออกแบบระบบประปากับระบบ RO
ตัวอย่างการออกแบบประปาบาดาล
ตัวอย่างการออกแบบประปาบาดาล
ตัวอย่างการออกแบบระบบประปา สำหรับโรงงาน, โรงแรม, หมู่บ้านจัดสรร
ตัวอย่างการออกแบบระบบประปา สำหรับโรงงาน, โรงแรม, หมู่บ้านจัดสรร
ตัวอย่างการออกแบบระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่
ตัวอย่างการออกแบบระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตน้ำประปา

ผลิตน้ำประปาจากน้ำผิวดินกับน้ำบาดาล ต่างกันอย่างไร ?

  • น้ำผิวดิน มักมีความขุ่น ตะกอน และความแปรปรวนตามฤดูกาล จึงพบการสร้างตะกอน ตกตะกอน และต้องกรองบ่อย 
  • น้ำบาดาล อาจมีเหล็ก แมงกานีส ความกระด้าง TDS ความเค็ม หรือสารปนเปื้อนเฉพาะพื้นที่

กระบวนการน้ำประปาของทั้งสองแหล่ง ต้องเลือกจากผลวิเคราะห์จริง ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกัน

องค์กรหรือโรงงาน ควรสร้างระบบผลิตน้ำประปาเองเมื่อไหร่ ?

เมื่อความต้องการใช้น้ำสูงหรือมีความสำคัญต่อการดำเนินงาน น้ำประปาส่วนกลางไม่เพียงพอหรือไม่เสถียร หรือกระบวนการผลิตต้องการน้ำคุณภาพเฉพาะ องค์กรอาจพิจารณาระบบผลิตของตนเองเพื่อควบคุมปริมาณ คุณภาพ และความเสี่ยงได้เหมาะกับการใช้งาน

ก่อนตัดสินใจควรเปรียบเทียบทางเลือกด้านแหล่งน้ำ สิทธิ/ข้อกำหนด พื้นที่ CAPEX, OPEX, Operator, Residuals และ Business Continuity ไม่ควรสรุปว่าการสร้างระบบเองคุ้มกว่าทุกกรณี

น้ำประปาที่ผลิตได้มาตรฐาน ดูจากอะไร?

ดูจากค่าคุณภาพน้ำที่ตรวจวัดได้ เช่น ความขุ่น ค่า pH ปริมาณคลอรีนคงเหลือ และการปนเปื้อนเชื้อโรค โดยเทียบกับเกณฑ์น้ำดื่มหรือน้ำใช้ที่โครงการกำหนด ควบคู่กับระบบบันทึกและตรวจสอบที่โปร่งใส

ต้องระบุชื่อมาตรฐานหรือ Specification ฉบับที่ใช้ จุดเก็บตัวอย่าง พารามิเตอร์ หน่วย วิธีทดสอบ และ Acceptance Period ให้ชัด เพราะคำว่า “ได้มาตรฐาน” ไม่มีความหมายครบหากไม่ระบุ Basis เหล่านี้

สรุปเรื่องขั้นตอนการผลิตน้ำประปา

ขั้นตอนการผลิตน้ำประปาระดับโครงการเป็นมากกว่าการกรองน้ำให้ใส แต่คือการออกแบบระบบอย่างเป็นวิศวกรรม ตั้งแต่การประเมินแหล่งน้ำดิบ การวางกระบวนการผลิต 6 กลุ่มขั้นตอน การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการบริหารต้นทุนและ Monitoring เพื่อให้ระบบมีความเสถียรและเหมาะกับการใช้งานจริง

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนหารือหรือขอ Proposal คือ Water Analysis และช่วงความแปรปรวน Product Water Target, Average/Peak Demand, Operating Hours, Net usable water, Storage/Distribution, Utility, Residuals และ Acceptance Basis ชุดเดียวกัน เพื่อให้แต่ละข้อเสนอเปรียบเทียบ Scope, CAPEX, OPEX และความเสี่ยงได้จริง

หากองค์กรกำลังวางแผนระบบผลิตน้ำประปาสำหรับโครงการขนาดใหญ่ สามารถปรึกษาทีมวิศวกรของบริษัท มิตร นิรันดร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เพื่อประเมินข้อมูลที่ยังขาดและหารือแนวทางระบบให้เหมาะกับความต้องการและสภาพหน้างานจริง

คลิกประเมินราคาโดยวิศวกร

ให้บริการทำระบบน้ำอุตสาหกรรมทุกรูปแบบ ระบบน้ำประปา ระบบกรองน้ำบาดาล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำโดยเฉพาะ คลิกขอรับคำปรึกษากับเราได้ที่นี่

————————
ติดต่อ Mittwater ได้ที่นี่
โทร : 086-080-6629 (คุณธัชชัย)
Line : @mitrwater
ติดต่อช่องทางอื่นๆ : www.mittwater.com/contact


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • การประปาส่วนภูมิภาค ขั้นตอนการผลิตน้ำประปา: https://www.pwa.co.th/contents/service/treatment
  • กรมอนามัย เกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ พ.ศ. 2563
  • การประปาส่วนภูมิภาค มาตรฐานน้ำประปาของ กปภ. 2567
  • กรมทรัพยากรน้ำ คู่มือการสำรวจออกแบบระบบประปาหมู่บ้าน
  • World Health Organization Guidelines for Drinking-water Quality, Fourth Edition incorporating first, second and third addenda, 2026